วันที่ 4 ธันวาคม 2022 3:46 PM
7msportz.com

เรือใบได้เฮ!

อัพเดทเมื่อ 26 เมษายน 2021 เข้าดู 27 ครั้ง

เรือใบได้เฮ! แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส 1-0 คว้าแชมป์ คาราบาวคัพ 

เรือใบได้เฮ! อายเมริค ลาปอร์กต์ เป็นฮีโร่ทันที หลังจากทำประตูชัยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงท้ายเกมเฉือนเอาชนะ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส แบบหวุดหวิดด้วยสกอร์ 1-0 ส่งผลให้ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ผงาดคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน
และคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 8 สูงสุดเท่ากับ ลิเวอร์พูล ในเกม คาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เรือใบได้เฮ!

จัดการแข่งขันที่สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)

ในการแข่งขัน ศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลี่ย์ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ 7 สมัย และ 3 ฤดูกาลติดต่อกัน พบกับ ท็อตแนม อ็อตสเปอร์ส แชมป์ 5 สมัย ซึ่งเข้าชิงชนะเลิศรายการนี้ในรอบ 13 ปี

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขอลุ้นแชมป์สมัยที่ 8 สูงสุดเท่ากับ ลิเวอร์พูล และลุ้นแชมป์รายการนี้ 4 ปีติดต่อกัน เกมนี้ได้ เควิน เดอ บรอยน์ ที่หายจากอาการเจ็บ กลับมาคุมเกมแดนกลางโดยมีสามประสานแดนหน้าทั้ง ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และฟิล โฟเด้น

ส่วนทางด้านของ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ที่ตั้ง ไรอัน เมสัน มาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวแทน โชเซ่ มูรินโญ่ โดยเกมนี้จะเป็นนัดที่สองของกุนซือหนุ่มวัย 29 ปี หลังเกมที่แล้วในลีกประเดิมด้วยการเบียดเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 เกมนี้ข่าวดีคือได้ แฮร์รี่ เคน ที่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงเล่นตัวจริงร่วมกับ ลูคัส มูร่า และซน ฮึง-มิน

เริ่มเกมการแข่งขันครึ่งแรกมาได้เพียง 7 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกือบได้ลุ้นขึ้นนำจากจังหวะที่ ชูเอา กันเซโล่ แทงบอลทะลุช่องให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดถึงเส้นหลังก่อนหักหนี แซร์ช โอริเย่ร์ แล้วปาดบอลเข้าไปเสาแรกให้กับ ฟิล โฟเด้น ยิงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าผิดหวัง

อีก 1 นาทีถัดมา “เรือใบสีฟ้า” ได้ลุ้นอีกครั้งคราวนี้เป็น ริยาด มาห์เรซ ที่ช้อนบอลมาที่เสาแรกให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิง เติมขึ้นมาโหม่งแต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ

“ไก่เดือยทอง” ยังโงหัวไม่ขึ้นเพราะโดน “เรือใบสีฟ้า” อัดหนัก จนมาถึงนาทีที่ 15 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกือบได้ประตูขึ้นนำหลัง บอลทุ่มเร็วให้กับ ริยาด มาห์เรซ ถึงเส้นหลังก่อนล็อกมาให้กับ สเตอร์ลิง ยิงเน้นๆกลางประตูซัดด้วยเท้าขวาแต่ไปติดขาของ เอริค ดายเออร์ ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เสียประตู

ผ่านมาถึงนาทีที่ 26 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดายจากจังหวะที่ กุนโดกัน ตัดบอลได้แล้วแทงทะลุช่องออกขวาให้กับ เควิน เดอ บรอยน์ โยนเข้าไปในกรอบระยะ 6 หลา แต่ โทบี อัลเดอร์แวเรลด์ ล้มตัวลงสกัด แต่บอลไปเข้าทางด้านของ ฟิล โฟเด้น วิ่งมายิงเน้นๆด้วยเท้าซ้าย แต่ยังดีที่ อัลเดอร์แวเรลด์ ลุกมาขวางทาง บอลเลยพุ่งไปชนเสา

ผ่านไปแล้ว 30 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังโหมบุกเข้าใส่จังหวะนี้เป็น แฟร์นันดินโญ่ จ่ายทะลุช่องให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปยิงมุมแคบ บอลพุ่งไปเสาไกลเฉียดเสาออกไป

ต่อมาในนาทีที่ 35 ริยาด มาห์เรซ ได้บอลจากทางด้านขวา ก่อนเลี้ยงจี้หนี เรกีลอน เข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนหักเข้าซ้ายปั่นบอลไปเสาไกลหนีมือ โยริส ไปแล้ว แต่บอลโค้งน้อยไปถากเสาออกไปหวุดหวิด

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกมครึ่งแรกในนาทีที่ 45+1 “เรือใบสีฟ้า” เกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งคราวนี้เป็น ชูเอา กันเซโล่ ได้โอกาสซัดด้วยเท้าขวานอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสาแรกกำลังจะเบียดเสาเข้าประตู แต่โดน อูโก้ โยริส พุ่งปัดออกไปเหลือเชื่อ

จบเกมการแข่งขันในครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับ สเปอร์ส โดยไร้สกอร์ 0-0

กลับมาอีกครั้งในเกมการแข่งขันในช่วงครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวนักเตะ จนในนาทีที่ 47 ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส มีโอกาสยิงเข้ากรอบหนแรก หลัง ลูคัส มูร่า ที่ผ่านบอลให้กับ  โจวานี่ โล เซลโซ่ ซัดด้วยเท้าซ้ายนอกกรอบเขตโทษ แต่ยังไม่ผ่านมือ แซ็ค สเตฟเฟ่น กระโดดปัดออกไปได้ทันเวลา

จนมาถึงในนาทีที่ 54 ไคล์ วอล์คเกอร์ จ่ายบอลขึ้นหน้าให้กับ ริยาด มาห์เรซ เลี้ยงบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วแต่งเข้าเท้าซ้าย แต่ยิงไปแฉลบแข้งสเปอร์ส ก่อนที่บอลจะไปเข้ามือ อูโก้ โยริส

ผ่านมาถึงในนาทีที่ 67 ท็อตแนม ฮ็อตเปอร์ส ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยส่ง แกเร็ธ เบล ลงสนามมาเล่นแทน ลูคัส มูร่า และส่ง มูสซ่า ซิสโซโก้ ลงสนามเล่นแทน โจวานี่ โล เซลโซ่

มาถึงช่วงท้ายในนาทีที่ 71 มาห์เรซ จ่ายบอลคืนหลังใหกับ เควิน เดอ บรอยน์ โยนบอลโค้งไปเสาไกลให้กับ แฟร์นันดินโญ่ หนีตัวประกบฉีกออกมาโหม่งยัดมุมแคบแต่ยังติดเซฟ อูโก้ โยริส

ถัดมาแค่ 1 นาทีเป็นจังหวะของ อิลคาย กุนโดกัน จ่ายบอลทะลุช่องให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเดี่ยวเข้าไปทางด้านซ้ายก่อนจะจ่ายบอลย้อนคืนมาให้ กุนโดกัน วิ่งมาซัดด้วยเท้าซ้ายที่ไม่ถนัด บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

“เรือใบสีฟ้า” ยังเร่งเกมรุกอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงนาทีที่ 74 ริยาด มาห์เรซ เลี้ยงบอลฝ่าหลุดเดี่ยวขึ้นมา ก่อนแหวกแนวรับสของเปอร์สทั้ง 4 คน แต่งบอลเข้าซ้ายแล้วซัดนอกกรอบเขตโทษกลางประตู บอลพุ่งเกือบจะเบียดเสา แต่ยังดีที่ โยริส นายด่านไก่ยังไว พุ่งปัดบอลออกไปทันเวลา

ผลจากความพยาพยามของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำเกมบุกอยู่ตลอกเวลา ก็มาสำเร็จผลจนได้ในนาทีที่ 82 จังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดลูกฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษทางด้านซ้ายใกล้ฝั่งมุมธง เข้ามากลางประตูให้กับ อายเมริค ลาปอร์กต์ เทกตัวขึ้นโหม่งส่งบอลเข้าก้นตาข่ายไปให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ สเปอร์ส ด้วยสกอร์ 1-0

ช่วงเวลาที่เหลือ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ยังไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้ จบเกมการแข่งขันครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ สเปอร์ส ด้วยสกอร์ 1-0 คว้าแชมป์คาราบาว คัพ เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน และเป็นสมัยที่ 8 สูงสุดเทียบเท่ากับ ลิเวอร์พูล ที่เคยทำได้

 

  • ติดตามผลฟุตบอล และ บทวิเคราะห์ได้ทุกวันที่นี่  :  www.7msportz.com

 

ข่าวฟุตบอล ล่าสุด